มาทำความรู้จักต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ลดสารพิษในบ้านให้อากาศกลับมาสดชื่น

มาทำความรู้จักต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ลดสารพิษในบ้านให้อากาศกลับมาสดชื่น


จะดีแค่ไหนหากเราสามารถใช้ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ได้ นอกจากจะช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้สะอาดสดชื่นแล้ว ยังสามารถเลือกจัดวางเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้มีพลังงานภายในบ้านสำหรับใช้ต่อกรกับความยุ่งเหยิงที่เราพบเจอในแต่ละวันได้อีกด้วย
ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ จะช่วยแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากสีทาบ้าน จากเฟอร์นิเจอร์ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ ซึ่งนอกจากจะเป็นปัญหากวนใจแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ด้วย เพราะในสีทาบ้านและเฟอร์นิเจอร์เองก็มีส่วนประกอบของสารฟอร์มัลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนังและดวงตา คลื่นไส้ ปวดศีรษะ สารเบนซีนที่มักจะแฝงตัวมาในพลาสติกและสีย้อมผ้า แม้แต่แอมโมเนียที่มีมากในห้องน้ำซึ่งถ้ารับสารต่าง ๆ เหล่านี้ในระยะยาวก็อาจะทำให้เสียชีวิตได้ ไปทำความรู้จักตัวช่วยสีเขียวของเรากัน
1. ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera)
ว่านหางจระเข้นอกจากจะเป็นพืชสมุนไพรที่นำมาประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดรักษาแผลและโรคต่างๆ แล้ว ต้นว่านหางจระเข้ยังมีความสามารถในการดูดซับสารพิษ จำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสาเหตุของการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา ปวดศีรษะ ไปจนถึงโรคหอบหืดได้อีกด้วย เพื่อให้ว่านหางจระเข้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ควรตั้งไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงและรดน้ำเป็นประจำ
2. โหระพาไทย (Holy Basil)
โหระพาไทยหรือโหระพาก้านแดง มีคุณสมบัติในการใช้ก๊าซอันตรายจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์เพื่อสังเคราะห์แสงและจะปล่อยก๊าซออกซิเจนคืนกลับมา อีกทั้งกลิ่นของโหระพายังช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย โหระพาเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดมากและต้องรดน้ำทุกวันวันละ 1 ครั้ง เหมาะที่จะปลูกบริเวณระเบียงหรือริมหน้าต่าง
3. เบญจมาศ (Chrysanthemum)
เบญจมาศเป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีดอกสวยงาม และใบมีความสามารถในการดูดสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ที่เป็นส่วนประกอบของยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์หรือยาทาเล็บ เบนซีนที่อยู่ในสีย้อมผ้า และแอมโมเนียที่มักมีมากในห้องน้ำ เบญจมาศต้องการแสงแดดรำไรและรดน้ำเพียงวันละครั้งโดยรดบริเวณรากเพื่อป้องกันใบเป็นเชื้อรา


4. พลูด่าง (Money Plant)
พลูด่างเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าเรามักจะพบว่าพลูด่างมักจะถูกปลูกในห้องน้ำหรือในสำนักงาน ไม่ใช่เพียงเพราะพลูด่างเติบโตได้ดีในที่แสงน้อยเท่านั้น แต่เพราะพลูด่างสามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนียที่มักมีมากในห้องน้ำ หรือสำนักงานที่มีเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์เขียว ได้ดีอีกด้วย และพลูด่างยังมีความสามารถคายความชื้นออกมามาก ทำให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป
5. เขียวหมื่นปี (Chinese Evergreen)
เขียวหมื่นปีเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่เป็นไม้ประดับยอดฮิตในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถอยู่ในที่ร่มได้นาน ทนต่ออากาศแห้งได้ ใบมีขนาดใหญ่จึงมีพื้นที่ผิวในการดูดสารพิษมาก โดยมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ที่อยู่ในกาวและสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์
6 . เฟิร์นดาบออสเตรเลีย (Australian Sword Fern หรือ Kimberly Queen Fern)
เป็นเฟิร์นขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถช่วยทำความสะอาดอากาศได้ดี โดยการดูดสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในอาคารได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามเฟิร์นดาบออสเตรเลียค่อนข้างละเอียดอ่อนกับสภาพอากาศเช่นเดียวกับเฟิร์นชนิดอื่นๆ ควรหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอและไม่ควรปลูกให้รับแสงอาทิตย์โดยตรง
7 . เดหลี (Peace Lily)
เดหลีมีลำต้นและใบสีเขียวเข้ม ใบมีขนาดใหญ่ ทำให้เดหลีมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสีทาบ้าน กาว และยาเคลือบได้มาก และดอกเดหลียังส่งกลิ่นหอม ช่วยปรับกลิ่นอากาศภายในบ้านได้ เดหลีต้องการแสงแดดเพียงรำไรจึงสามารถปลูกไว้ภายในบ้านได้ และควรรดน้ำให้หน้าดินชุ่มอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
สำหรับใครที่เพิ่งจะมีบ้านหลังใหม่ก็หมดห่วงเรื่องสารพิษไปได้เลย เพราะต้นไม้เหล่านี้จะเป็นตัวช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้ปราศจากมลพิษและสารอันตราย หรือใครที่มีบ้านอยู่แล้วก็สามารถนำเทคนิคต้นไม้ฟอกอากาศนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน ข้อควรระวังคือต้นไม้แต่ละชนิดต้องการแสงแดดและน้ำแตกต่างกันไป เพื่อประสิทธิภาพในการฟอกอากาศควรหมั่นดูแลและเอาใจใส่ต้นไม้อยู่เสมอนะคะ